Archive for February, 2009

Feb 25

ชาวพุทธเราไม่ว่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง การเข้า วัดไหว้ พระฟังเทศน์ ฟังธรรม ถือเป็นเรื่องดี และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นตามคติความเชื่อว่ากันว่า ควรเข้าวัดไหว้พระ 9 วัด เพราะเปรียบเสมือนการได้ทำบุญครั้งใหญ่ เสริมมงคลให้ชีวิต ซึ่งในแต่ละจังหวัดก็จะมีวัดดังแตกต่างกันไป แต่ที่มีชื่อเสียงและคนนิยมไปไหว้ คือ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองเก่าใกล้กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรของเรานั่นเองเหตุที่พุทธศาสนิกชนนิยมไปไหว้พระที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพราะที่นี่มีวัดเก่าแก่ชื่อดังมากมาย

ว่าแล้ว… วันนี้จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักวัดชื่อดังที่ผู้คนนิยมไปไหว้พระ 9 วัด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องกันก่อนออกเดินทางกันค่ะ

 วัดตูม

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ริมคลองวัดตูม ริมถนนอยุทธยา-อ่างทอง ห่างจากตัวเมืองอยุธยาประมาณ 5-6 กิโลเมตร ทราบกันว่าเป็นวัดโบราณ สร้างมาก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และเคยเป็นวัดร้างมาครั้งหนึ่งเมื่อคราวเสียกรุงใน พ.ศ.2310 จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลที่ 1 จึงได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นอีก ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนี้หลายครั้ง วัดนี้จึงเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญวัดหนึ่งมาแต่ในรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระพุทธรูปซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ พระเศียรตอนเหนือพระนลาฎ (หน้าผาก) เปิดออกได้และพระเกศมาลาถอดได้ ภายในพระเศียรเป็นบ่อกว้างลึกลงไปเกือบถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลาเหมือนหยาดเหงื่อ เป็นน้ำใสเย็นบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน สามารถรับประทานได้โดยปราศจากกอันตรายใดๆ และไม่แห้งขาดหาย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่อง ปางมารวิชัย นามเดิมของท่านคือ “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” เรียกกันเป็นสามัญ คือ “หลวงพ่อสุข” สร้างสมัยใดไม่ปรากฎตำนาน เป็นพระทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาอธิวาสสวมมงกุฎ มีกุณฑลทับทรวง สังวาลพาหุรัดประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิ พระพุทธรูปองค์นี้จะเปิดเศียรพระทุกวันที่ 1 ของเดือน
 วัดท่าการ้อง

เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยอยุธยา สร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ.2092 หรือประมาณ 460 ปีมาแล้ว สันนิษฐาว่าคงเป็นวัดที่ราษฎรสร้าง เพราะไม่ปรากฏรายชื่อพระอารามหลวงสมัยอยุธยา ตามบันทึกพระราชพงศาวดาร วัดท่าการ้องมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยามากมาย ทั้งยังเป็นที่ฝึกฝนศิลปะแม่ไม้มวยไทยของนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งคือ นายขนมต้ม  นั่นเอง

สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้ คือ หลวงพ่อยิ้ม พระพุทธรูปเก่าแก่สมัยอยุธยาใกล้ๆ กับโบสถ์มีศาลเจ้าแม่ตะเคียน ซึ่งคนที่มากราบไหว้เจ้าแม่ตะเคียนส่วนใหญ่มักจะมาขอเลขเด็ดกันทั้งนั้น ถัดจากศาลเจ้าแม่ตะเคียนเดินไปศาลาการเปรียญเป็นอาคารทรงไทยไม้สัก บนศาลาเต็มไปด้วยญาติโยมที่มาทำบุญ ด้านล่างข้างศาลามีญาติโยมต่อแถวบริจาคปัจจัยทำบุญซื้อที่ดินถวายวัดตารางวาละ 1 บาท พร้อมทั้งบริจาคค่าน้ำค่าไฟ ถัดไปเป็นที่ตั้งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในห้องแอร์ วัดท่าการ้องมีทุกอย่างที่คนไทยชาวพุทธนับถือ ทั้งเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ตะเคียน รูปหล่อองค์จตุคามขนาดใหญ่ 4 องค์ และพระพิฆเนศ

สำหรับใครที่เริ่มมีอาการอยากจะเข้าห้องน้ำล่ะก็ วัดท่าการ้องขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่ห้องน้ำสะอาดมากที่สุดแห่งหนึ่ง การันตีด้วยรางวัลชนะเลิศ ตอนประกวดห้องน้ำวัดทั่วประเทศไทย

 วัดราชประดิษฐาน  

วัดราชประดิษฐาน ตั้งอยู่ริมคลองประตูข้าวเปลือก ฝั่งตะวันตก ถนนอู่ทอง ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างและเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์พร้อมทั้งเจ้านายในพระราชวงศ์ ภายในโบสถ์จะมีพระประธานองค์สีทองสุกเปล่งประกายชื่อ “พระบรมไตรโลกนารถ” บริเวณก่อนถึงตัวโบสถ์เป็นศาลาชั้นเดียว มีพระพุทธรูปพระพุทธปฎิมากรและตู้รับบริจาคค่าน้ำค่าไฟสร้างโบสถ์วิหารชำระหนี้สงฆ์กล่องไม้ขนาดย่อมแบ่งเป็นสีประจำวันเกิดปีเกิด ให้ญาติโยมบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา

 วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคล ตั้งอยู่นอกเกาะมืองอยุธยาด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ หรือห่างจากวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มไปทางใต้ประมาณ 800 เมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดป่าแก้ว หรือ วัดเจ้าไท จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่เชื่อกันว่าได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคลพระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด นอกจากนี้แล้ว ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2544 อีกด้วย

 วัดพนัญเชิง

วัดพนัญเชิง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร วัดแห่งนี้มีความเชื่อกันว่าเมื่อมากราบไหว้จะช่วยเสริมมงคล ด้านการค้าพาณิชย์รุ่งเรือง ความสำเร็จในงาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสักทางทิศใต้ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว 5 กิโลเมตร หรือเมื่อออกจากวัดใหญ่ชัยมงคล ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปตามถนนประมาณ  1 กิโลเมตร ก็จะเห็นวัดพนัญเชิงอยู่ทางขวามือ 

สิ่งสำคัญที่สุดของวัดนี้ก็คือ พระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 20 เมตร 17 เซนติเมตร สูง 19 เมตร ซึ่งแต่เดิมนั้นประทับนั่งอยู่กลางแจ้ง ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโต” หรือชาวไทยเชื้อสายจีน เรียกว่า “ซำปอกง” และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” ตำนานกล่าวว่าเมื่อคราวจะเสียกรุงครั้งที่ 2 มีน้ำพระเนตรไหลลงมาถึงพระนาภี วัดและองค์พระชำรุด เนื่องจากไฟไหม้ใน พ.ศ.2444 จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีเก๋งจีนขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ทางด้านข้างของพระวิหารใหญ่ ชาวบ้านเรียกอาคารเก๋งจีนนี้ว่า “ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก” ตัวอาคารเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบจีน ชั้นบนประดิษฐานรูปเคารพ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า เจ้าแม่สร้อยดอกหมากตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา

 วัดกลางคลองตะเคียน

วัดกลางคลองตะเคียน หรือ วัดกลางปากกราน ตั้งอยู่ที่ตำบลปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ตรงข้ามกับวัดกษัตรา ไปทางวัดไชยวัฒนาราม ห่างกันประมาณ 800 เมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ ที่วัดแห่งนี้เราจะได้พบกับสิ่งอันเป็นมงคลยิ่ง คือ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ทางวัดได้อันเชิญประดิษฐานไว้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบนมัสการ อีกทั้งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์ของวัดกลางคลองตะเคียน ได้แก่ 

1.พระพุทธมหามิ่งมงคล อายุกว่า 556 ปี สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น
2. พระพุทธรูปสมเด็จกริ่งคลองตะเคียน เป็นพระพุทธรูปองค์แรกของเมืองไทยที่หล่อเป็นเนื้อโลหะเนื้อผสมจำลองมาจากพระเครื่องสมเด็จกริ่งคลองตะเคียน เป็นองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
3. พระแผงพระเจ้าสิบชาติ องค์แรกของเมืองไทยที่หล่อด้วยโลหะผสมสวยงามและใหญ่ที่สุด

นอกจากนี้ วัตถุมงคลพระกริ่งวัดกลางคลองตะเคียนกับพระแผงสิบชาติยังเป็นที่เล่าลือกันมากในเรื่องแคล้วคลาดและปลอดภัย

 วัดสมณโกฏฐาราม

ปัจจุบัน คือ “วัดราษฏร์” ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองทางทิศตะวันออก ในเขตตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น และปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยเจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษา (ปาน) ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดนี้มีพระปรางค์องค์ใหญ่งดงามมาก รูปทรงสัณฐานแปลกตากว่าที่อื่น สันนิษฐานว่าเลียนแบบมาจากวัดเจดีย์เจ็ดยอด เมื่อคราวที่เจ้าพระยาโกษา (เหล็ก) ไปตีเมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2205 ภายในอุโบสถมีพระประธานเก่าแก่ซึ่งสร้างสมัยอยุธยา เป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป 

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถสมัยอยุธยาก่ออิฐถือปูน มีประตูเข้าออกทางด้านข้าง 4 ด้าน ภายในพระอุโบสถมีหลังคาต่อเป็นโครงไม้แบบหน้าจั่ว ประดิษฐานพระประธาน กว้างประมาณ 3.5 เมตร ทางด้านทิศตะวันออกมีวิหารขนาดใหญ่ วัดนี้มีพระปรางค์องค์ใหญ่รูปทรงสัณฐานแปลกตากว่าแห่งอื่นเข้าใจว่าเลียนแบบเจดีย์เจ็ดยอดของเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ระฆังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างพระปรางค์และพระอุโบสถ ซึ่งโบราณสถานเหล่านี้ได้สร้างทับรากฐานอาคารเดิมอันเป็นงานที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น

 วัดธรรมิกราช

เดิมชื่อ “วัดมุขราช” อยู่บริเวณใกล้เคียงกับพระราชวังโบราณ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตจะมีป้ายตามข้างถนนจะบอกทาง ปัจจุบันวัดธรรมิกราชยังเป็นวัดที่พระสงฆ์ประจำอยู่ และทางทิศเหนือของวัดธรรมิกราชปัจจุบัน มีวิหารพระนอนที่มีผู้นิยมศรัทธามานมัสการอยู่สม่ำเสมอ ว่ากันว่าเมื่อมากราบไหว้ที่วัดแห่งนี้จะให้คุณเมตตามหานิยม คุ้มครองรักษาโรคภัยอันตราย

สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้ เห็นจะหนีไม่พ้นวิหารหลวงขนาดใหญ่ ซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐ์ของเศียรพระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ ศิลปะสมัยอู่ทอง หรือศิลปะยุคก่อนกรุงศรีอยุธยาคือพระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยม แลดูเคร่งเครียด พระพักตร์ถมึงทึง จนชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่า “หล่วงพ่อแก่” ปัจจุบันกรมศิลปากรนำไปไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์ทรงกลมที่มีปูนปั้นรูปสิงห์ล้อม 52 ตัวที่แตกต่างไปจากที่อื่นๆ มีความงามสง่าและหาชมได้ยากในเมืองไทย

 วัดหน้าพระเมรุราชิการาม  

ถ้าใครอยากมีชีวิตเจริญรุ่งเรือง เป็นมหามงคลของชีวิตล่ะก็ ว่ากันว่าต้องมาที่ “วัดหน้าพระเมรุราชิการาม” แห่งนี้ ซึ่งเดิมมีชื่อว่า “วัดพระเมรุราชิการาม” วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยา ที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองสระบัว ตำบลท่าวาสุกรี ตรงข้ามพระราชวังโบราณเป็นอารามหลวง สามัญชั้นตรี 

ภายในวัดประกอบด้วยพระอุโบสถขนาดใหญ่ พระประธานในอุโบสถถูกสร้างขึ้นปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ทรงเครื่องแบบกษัตราธิราช มีนามว่า “พระพุทธนิมิตวิชิตมาร โมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” จัดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีปรากฏอยู่ในปัจจุบันและมีความสมบูรณ์งดงามมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นึกอยากจะไปกันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ต้องขอบอกก่อนว่าทั้ง 9 วัดที่นำมาเสนอกันในวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัดที่หลายคนนิยมไป หากใครสนใจจะเดินทางไปเองล่ะก็ ควรศึกษาเส้นทางของวัดให้ดีเสียก่อนนะคะ จะได้ไม่เป็นการเสียเวลา หรือจะเลือกไปกับรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. bmta.co.th/th/index.php ก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน เพราะมีบริการนำเที่ยว ไหว้พระ 9 วัดตามจังหวัดต่างๆ ในราคาย่อมเยาว์

ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย thai.tourismthailand.org โทร.184 หรือ โทร.02-5520885 แล้วนำบุญกลับบ้านกันเยอะๆ นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ayutthayanews.com
ayutthayastudies.aru.ac.th
dhammathai.org
board.palungjit.com

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
snr.ac.th
dmmtour.com

Feb 18

 

 

หมู่บ้านโปรตุเกส ตั้งอยู่ที่ตำบลสำเภาล่ม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตก อยู่ทางใต้ของตัวเมือง ชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปชาติแรก ที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2054 โดยอัลฟองโซ เดอ อัลบูเคอร์ก ผู้สำเร็จราชการของโปรตุเกส ประจำเอเซีย ได้ส่งนายดูอาร์เต้ เฟอร์นันเดส เป็นทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา

ชาวโปรตุเกสเข้ามาตั้งหลักแหล่งค้าขาย และเป็นทหารอาสาในกองทัพกรุงศรีอยุธยา สร้างโบสถ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่ศาสนา และเป็นศูนย์กลางของชุมชน ปัจจุบันบริเวณนี้ยังมีร่องรอยซากสิ่งก่อสร้างปรากฏให้เห็น คือ โบราณสถานซานเปโตร หรือเรียกในสมัยอยุธยาว่าโบสถ์เซนต์โดมินิค ซึ่งเป็นโบสถ์ในคณะโดมินิกัน

โบสถ์เซนต์โดมินิค นับเป็นโบสถ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นในแผ่นดินไทยเมื่อปี พ.ศ. 2083 ตั้งอยู่ในบริเวณเกือบกึ่งกลางหมู่บ้านโปรตุเกส มีเนื้อที่ประมาณ 2,400 ตารางเมตร ยาวตามแนวทิศตะวันออกไปตะวันตกหันหน้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอาคารแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ส่วนหน้าเป็นสุสาน ของชาวคาทอลิคคณะโดมินิกัน ส่วนกลางใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และฝังศพบาทหลวง ส่วนในด้านหลังเและด้านข้างเป็นที่พักอาศัยและมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ กล้องยาสูบ เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับกำไลแก้ว และเครื่องประกอบพิธีทางศาสนาเช่น ไม้กางเขน เหรียญรูปเคารพในศาสนา ลูกประคำ

ในส่วนของสุสาน พบโครงกระดูกจำนวนมากมายถึง 254 โครง ฝังเรียงรายอย่างเป็นระเบียบและทับซ้อนกันหนาแน่นทั้งภายใน และภายนอกอาคาร จากแนวโครงกระดูก ที่พบแบ่งขอบเขตสุสานออกเป็น 3 ส่วน ส่วนในสุดกลางตัวอาคารที่เป็นฐานโบสถ์ อาจเป็นโครงกระดูกของบาทหลวงหรือนักบวช ถัดมาส่วนที่สองส่วนนี้อาจเป็น ผู้มีฐานะทางสังคมในค่ายโปรตุเกสสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป ส่วนที่สามนอกแนวฐานโบสถ์มีการฝังซ้อนกันมากถึง 3-4 โครง โครงกระดูกเหล่านี้มีทั้งที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และบางส่วนชำรุด

จากหลักฐานเอกสารประวัติศาสตร์ กล่าวถึงการเกิดโรคระบาดร้ายแรง ในปลายแผ่นดินพระเพทราชาเมื่อปีพ.ศ. 2239 มีผู้คนล้มตายมาก และในปีพ.ศ. 2255 ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระก็เกิดโรคระบาดอีกครั้งมีผู้คนล้มตายมาก อาจเป็นเหตุให้มีการขยายสุสานออกมาจากเดิม 

 การเดินทาง

จากเมืองพระนครศรีอยุธยาไปตามถนนสายอยุธยา-สุพรรณบุรี ประมาณ 100 เมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านวัดไชยวัฒนาราม วัดพุทไธสวรรค์ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านโปรตุเกส

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
- เว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- สถาบันอยุธยาศึกษา

Feb 17

ลาดชะโดแดนทำหรีด อดีตแหล่งรวมปลา เสาศาลาวัดต้นใหญ่
ภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทำ งามล้ำด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น

โอ้โห…แค่เจอคำขวัญ ของตลาดลาดชะโด ก็น่าสนใจแล้ว เพราะที่นี่น่ะมีประวัติน่าสนใจไม่เบาเลย  เคยเป็นที่อยู่ของอดีตนายกฯ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และเคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ และละครอีกหลายๆ เรื่องอีกด้วย ฮั่นแน่..เริ่มอยากไปเที่ยว ตลาดลาดชะโด กันแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้างั้นตามมาเลย…

ตลาดลาดชะโด เป็นตลาดเก่าแก่ในเขตอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มีอายุกว่า 100 ปี โดยพัฒนามาจากเรือนแพค้าขายของชาวจีนที่ตั้งอยู่สองฝั่งคลองในรูปแบบตลาดน้ำ ต่อมาได้สร้างเป็นตลาดไม้ริมฝั่งคลองสำหรับทำการค้าขาย แล้วขยายเข้าไปสู่ฝั่งเรื่อย ๆ จำนวนเกือบร้อยคูหา ในชุมชนมีวัด โรงเรียน ศาลเจ้า โรงสี และโรงฉายภาพยนตร์ที่ยังคงสภาพแบบเดิม ชาวชุมชนลาดชะโดได้ร่วมกันอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนในชุมชน จนได้รับพระราชทานรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น เมื่อปี พ.ศ  2549

ลักษณะตลาดลาดชะโดเป็นเรือนแถวขนาดใหญ่หันหน้าเข้าหากันทางเดินกว้างขวาง ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำ คึกคักไปด้วยผู้คนที่มาทำการค้าขายระหว่างกัน ด้วยความน่าสนใจและเสน่ห์ของตลาดเก่าแห่งนี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมเป็นระยะ ทั้งยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยและละครโทรทัศน์หลายเรื่อง อาทิเช่น “บุญชู” “รักข้ามคลอง” “สตางค์” “ชื่อชอบชวนหาเรื่อง” “ดงดอกเหมย” “ความสุขของกะทิ” เป็นต้น

หากมาเที่ยวตลาดลาดชะโดในวันเสาร์-อาทิตย์ จะสามารถซื้อหาสินค้าอาหารที่ชาวบ้านนำมาจำหน่าย มีก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยจั๊บ ขนมไทย  ปลาแห้ง ปลาย่าง สามารถแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ในอดีต และล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลองลาดชะโด การยกยอ ทอดแห บ้านเรือนไทยริมน้ำ

สถานที่เที่ยวน่าสนใจบริเวณใกล้เคียง

วัดลาดชะโด วัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แวะสักการะรูปเหมือน หลวงพ่ออุปฌาย์ อิ่ม ธมฺมสาโร (อิ่ม ผาสุกถ้อย) อดีตเจ้าอาวาสวัดลาดชะโด ซึ่งเป็นที่เคารพของผู้คนในชุมชน  ชมศาลาการเปรียญเก่าแก่ ขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเก่า สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 เสาทำจากซุงไม้ตะเคียนทั้งต้น พื้นทำจากไม้สักทองทั้งหลัง

โรงเรียนวัดลาดชะโด (ประกาศวิทยาคาร) มีอาคารเรียนสร้างด้วยไม้ใต้ถุนสูง รูปตัว E สร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2503 เป็นอาคารไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย บริเวณหน้าโรงเรียนวัดลาดชะโด  มีปลาธรรมชาติมากมาย อาทิ ปลาชะโด ปลากราย ปลาหางแพน ปลาสวาย ปลาสลาด และปลาแสลด

บ้านขุนพิทักษ์บริหาร เป็นบ้านไม้ทรงโบราณ 2 ชั้น   ติดกับแม่น้ำน้อย  เป็นที่อยุ่อาศัยของคหบดีซึ่งทำการขนส่งทางเรือในอดีต

การเดินทาง

จากอำเภอผักไห่ ใช้เส้นทาง 3454 เข้าทางวัดอมฤต (เทศบาลซอย 14) ถึงตลาดลาดชะโด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่

เทศบาลตำบลลาดชะโด เลขที่ 99 หมู่ 1 ตำบลหนองน้ำใหญ่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมายเลขโทรศัพท์ 0 3574 0263 - 4

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Feb 07


วัดใหญ่ชัยมงคล เดิมชื่อวัดป่าแก้ว หรือ วัดเจ้าไท ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะพระนคร จุดเด่นของวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ที่สูง 60 ม. นับว่าเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในจังหวัดอยุธยา ที่เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด นอกจากนี้ ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2544 อีกด้วย

วัดนี้ร้างไปเมื่อคราวเสียกรุงครั้งสุดท้ายแล้ว เพิ่งจะตั้งขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาเมื่อไม่นานมานี้เอง  ปัจจุบันวัดได้รับการบูรณะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว  ซึ่งเนืองแน่นด้วยเหล่านักท่องเที่ยว บริเวณโดยรอบมีการจัดให้เป็นสวนหย่อมอย่างสวยงาม

ประวัติความเป็นมา

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อไร แต่คาดว่าประมาณ พ.ศ. 2443 เป็นที่พำนักของพระภิกษุคณะป่าแก้ว ซึ่งมี สมเด็จพระวันรัตน์เป็นประธานสงฆ์ จึงได้ชื่อว่า วัดเจ้าพระยาไทยคณะป่าแก้ว สันนิษฐานว่าเป็นที่กระทำการเสี่ยงเทียน ในคราวก่อนที่พระเฑียรราชาจะทรงปราบดาภิเษก ยึดอำนาจจากขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์

ในรัชกาลของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นที่พำนักของ สมเด็จพระวันรัตน์ ผู้เป็นพระเถระที่สมเด็จพระนเรศวรทรงให้ความเคารพ ในคราวที่ทรงกระทำยุทธหัตถี ชนะพระมหาอุปราชของหงสาวดี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกริ้วต่อบรรดาแม่ทัพนายกองที่ตามทัพไม่ทัน ทรงดำริจะลงพระราชอาญาประหารชีวิต แต่สมเด็จพระวันรัตน์ได้ทูลขอพระราชทานชีวิตของแม่ทัพนายกองเหล่านั้นไว้ โดยยกเอาพุทธประวัติตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ต้องผจญมารอยู่ โดยลำพัง เปรียบเสมือนกับสมเด็จพระนเรศวรที่ต้องทรงกระทำยุทธหัตถีโดยลำพัง และได้ทูลแนะนำให้ทรงสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นแทนการประหารชีวิต สมเด็จพระนเรศวรทรงเห็นด้วยและทรงให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้น ชื่อว่าพระเจดีย์ชัยมงคลประมาณ พ.ศ. 2135 มีความสูง 1 เส้น 1 วา เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนทุกวันนี้ต้น

วัดป่าแก้ว หรือวัดเจ้าไท ต้องร้างลงเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ประมาณพ.ศ. 2309 หงสาวดีได้ยกพลมาประชิดพระนครศรีอยุธยา สมเด็จพระที่นั่งสุริยาตรมรินทร์โปรดเกล้า ให้ยกทัพเรือออกจากพระนคร ไปตั้งอยู่ที่วัดป่าแก้ว แต่ทัพเรือสยามเสียทีข้าศึก พระยาเพชรบุรีถูกสังหาร กองทัพหงสาวดีบางส่วนได้ยึดเอาวัดป่าแก้ว หรือวัดเจ้าไท เป็นฐานปฏิบัติการ เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกในพ.ศ. 2310 วัดแห่งนี้จึงได้ร้างลง

หลังจากที่วัดใหญ่ หรือ วัดป่าแก้ว หรือ วัดเจ้าไท ได้ร้างลงกว่า 400 ปี ได้มีพระภิกษุ สามเณร แม่ชี กลุ่มหนึ่ง โดยการนำของพระฉลวย สุธมฺโมได้เข้ามาหักร้างถางพงที่รกเรื้อปกปิดอารามอันเก่าแก่แห่งนี้เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมได้ประมาณ 4 ปี ท่านต้องการออกจาริกอีกครั้งจึงได้ไปนิมนต์พระครูภาวนาพิริยคุณ เจ้าอาวาส วัดยม อำเภอบางบาล ให้มาดูแลวัดใหญ่ชัยมงคลต่อ

พระครูภาวนาพิริยคุณ ( เปลื้อง วิสฏฺโฐ )ได้นำคณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และแม่ชี หักร้างถางพง ฟื้นฟูวัดแห่งนี้จนได้รับการยกฐานะจากวัดร้างเป็นวัดราษฎร์ที่มีพระภิกษุจำพรรษา ในปีพ.ศ. 2500 โดยได้ชื่อว่าวัดใหญ่ชัยมงคล ส่วนพระครูภาวนาพิริยคุณ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูภาวนารังสี

หลังจากที่พระครูภาวนารังสีได้มรณภาพในปีพ.ศ. 2536 พระปลัดแก่น ปุญฺญสมฺปนฺโน หรือปัจจุบันเป็นพระครูพิสุทธิ์บุญสาร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และได้ร่วมกับคณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และแม่ชี พัฒนาวัดใหญ่ชัยมงคล จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ,วัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น, และสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแห่งที่ 3 ตามลำดับ

การเดินทาง

ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสักถ้ามาจากตัว เมืองข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวร แล้วจะเห็นพระเจดีย์วัดสามปลื้มอยู่กลางสี่แยก เลี้ยวขวาไปไม่ไกลก็จะเห็นป้ายมีทางแยกซ้ายมือ หรือหากมาทางถนนสายเอเซียเลี้ยวเข้าแยกอยุธยา แล้วพบพระเจดีย์ใหญ่กลาง ถนนก็เลี้ยวซ้าย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

- เว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

- ayutthayanews.com

Feb 07

พระราชวังหลวงที่ปรากฏในพระนครศรีอยุธยาปัจจุบันคงเหลือแต่ฐานอาคารให้เห็นเท่านั้น สันนิษฐานว่า พระเจ้าอู่ทองสร้างพระราชวังตั้งแต่เมื่อครั้งประทับอยู่ที่เวียงเล็ก เมื่อประมาณ พ.ศ.1890 และเมื่อสร้างกรุงเสร็จใน พ.ศ.1893 จึงย้ายมาประทับที่พระราชวังใหม่ ริมหนองโสน

พระที่นั่งต่างๆ ในเขตพระราชวังหลวงหรือที่เรียกในปัจจุบันว่า “พระราชวังโบราณ” เดิมเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์อยุธยาทุกรัชกาล ตั้งอยู่ริมกำแพงพระนครศรีอยุธยาทางด้านเหนือมีถนนสายรอบกรุงผ่านจากวังจันทรเกษมไปเพียง 2 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.30 น. - 16.30 น. รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร.035-242284

ประวัติ

เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างพระที่นั่ง 4 องค์ ได้แก่ พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาท และ พระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท ในเขตวัดพระศรีสรรเพชญ์ในปัจจุบัน และ ยังโปรดเกล้าฯให้สร้าง พระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาท และ พระที่นั่งตรีมุขด้วย พระราชวังระยะแรกนี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 7 พระองค์ เป็นเวลา 98 ปี

ครั้นเมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 1991 ทรงยกบริเวณพระราชวังเดิม ได้แก่ พระที่นั่ง 3 องค์นั้น ให้เป็นพุทธาวาส หรือ ให้เป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระราชวังมาสร้างใหม่ทางด้านเหนือของพระราชวังเดิม ใกล้แม่น้ำลพบุรี คูเมืองด้านเหนือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งเบญจรัตนมหาปราสาท และ พระที่นั่งสรรเพชญ์มหาปราสาท เป็นพระที่นั่ง 2 องค์แรก

มีพระที่นั่งอีกองค์หนึ่งซึ่งสร้างในเขตนี้ แต่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าสร้างในรัชสมัยใด ก็คือ พระที่นั่งมังคลาภิเษก หรือ พระที่นั่งวิหารสมเด็จ พระมหาปราสาท 3 องค์นี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 16 พระองค์ เป็นเวลา 182 ปี

ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงขยายให้วังหลวงกล้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้เขตพระราชวังไปเชื่อมติดกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาปราสาทเพิ่มอีก 2 องค์ คือพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ และ พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์

ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสร้างพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ ขึ้นเป็นที่ประทับอีกองค์หนึ่ง ดังนั้นวังหลวงสมัยอยุธยาตอนปลายมี พระมหาปราสาทรวมทั้งสิ้น ๖ องค์ เป็นที่ประทับของ พระมหากษัตริย์ 10 พระองค์ เป็นเวลา 137

อนึ่ง พระบรมมหาราชวังในกรุงเทพมหานครนั้น ได้สร้างเลียนแบบพระบรมมหาราชวังในกรุงศรีอยุธยา

บริเวณพระราชวังมีพระที่นั่งที่สำคัญ ดังนี้

พระที่นั่งวิหารสมเด็จ ตั้งอยู่ตอนใต้สุดเป็นปราสาทยอดปรางค์ มีมุขหน้าหลังยาว แต่มุขข้างสั้น มีกำแพงแก้วล้อม 2 ด้าน ตามพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงโปรดฯ ให้สร้างเมื่อพ.ศ.2186 เพื่อแทนพระที่นั่งมังคลาภิเษกที่ถูกฟ้าผ่าไฟไหม้ ชาวบ้านเรียกว่า “ปราสาททอง” เนื่องจากเป็นปราสาทปิดทององค์แรกที่สร้างขึ้นสำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ

พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ตั้งอยู่ตรงกลางสร้างแบบเดียวกับพระที่นั่งวิหารสมเด็จมีมุขยื่นออกมาเพื่อเสด็จออกรับแขกเมือง มีโรงช้างเผือกกระหนาบอยู่สองข้าง

พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ เป็นปราสาทจตุรมุขก่อด้วยศิลาแลง อยู่ติดกำแพงริมแม่น้ำ เดิมชื่อ”พระที่นั่งสริยามรินทร์” ต่อมาเปลื่ยนเป็นชื่อนี้ เพื่อให้คล้องกับชื่อ “พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท” ก่อสร้างเป็นปราสาทจตุรมุขยกพื้นสูงกว่าพระที่นั่งองค์อื่นใช้เป็นที่สำหรับประทับทอดพระเนตร ขบวนแห่ทางน้ำ

พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงสร้างเมื่อ พ.ศ.2175 พระราชทานนามว่า “พระที่นั่งศิริยโสธรมหาพิมานบรรยงค์” คล้ายปราสาทที่นครธม ต่อมาเปลี่ยนเป็น “พระที่นั่งจักรวรรติไพชยนต์” ลักษณะเป็นปราสาทตรีมุขตั้งอยู่บนกำแพงชั้นในหน้าพระราชวังเป็นที่สำหรับทอดพระเนตรกระบวนแห่และฝึกซ้อมทหารเหมือนพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ที่พระบรมมหาราชวังกรุงเทพมหานคร

พระที่นั่งตรีมุข อยู่ข้างหลังพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทไม่ปรากฎปีที่สร้างเข้าใจว่าเดิมเป็นพระที่นั่งฝ่ายในและเป็นที่ประทับในอุทยานฯ

พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ (พระที่นั่งท้ายสระ) เป็นปราสาทจตุรมุขตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำ สมเด็จพระเพทราชาโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับสำราญพระราชหฤทัย เมื่อ พ.ศ.2233 และได้เสด็จประทับตลอดรัชกาลมีพระแท่นสำหรับทอดพระเนตรปลาที่ทรงเลี้ยงไว้สระนั้นด้วย

พระที่นั่งทรงปืน อยู่ริมสระด้านตะวันตก ใกล้พระที่นั่งบรรยงค์รัตนาสน์ น่าจะใช้เป็นที่ฝึกซ้อมเพลงอาวุธและในสมัยพระเพทราชาทรงใช้เป็นที่เสด็จออกขุนนาง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

- เว็บไซต์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา




คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem |

เกมส์ทำอาหารทั้งหมด | หาเพื่อน | แชท | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | โหลดเพลง | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | ฟังเพลงออนไลน์ | ฟังเพลงใหม่ | เกมส์เต้น | เกมส์มันๆ |
ดูทีวีย้อนหลัง | dictionary | หางาน | งานราชการ | เกมส์ต่อสู้ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | วันแม่แห่งชาติ | เกมปลูกผัก | ดูดวงความรัก | ข่าว |

เกมส์ | ดูดวง | เกม | ฟังเพลง | เพลง | game | ผลบอล |
เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง