Mar 19




พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์น่าเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เพิ่งจะได้ฤกษ์เปิดมาไม่นาน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2551 ก่อตั้งโดยอาจารย์เกริก ยุ้นพันธ์ ด้วยวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกความคิดสร้างสรรค์ พร้อมสร้างความอบอุ่นและความผูกพันในครอบครัว โดยได้แรงบันดาลใจในการทำพิพิธภัณฑ์นี้จากการเห็นพิพิธภัณฑ์ของเล่นในประเทศญี่ปุ่น ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้ใฝ่ฝันอยากทำพิพิธภัณฑ์จึงเริ่มสะสมของเล่นเรื่อยมา
ทั้งนี้ ในพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ มีของเล่นและของสะสมหลากหลายของเล่นโบราณชิ้นหายากของโลก มีอายุเป็นร้อยๆ ปี มีข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทย ทั้งของผู้มีฐานะและชาวบ้าน น่าดู น่าชม น่าศึกษามากมาย และถ้าพ่อแม่มาดู แล้วรู้สึกว่าอยากพาลูก ๆ มาดู ถ้าปู่ย่าตายายมาดู แล้วรู้สึกว่า อยากให้ลูกพาหลานมาดู ถ้าคนหนุ่มสาวมาดู แล้วรู้สึกว่าวันหนึ่งเมื่อมีครอบครัวจะพาครอบครัวของเขามาดู นับว่าเป็นความสุขสำหรับครอบครัวอย่างหนึ่งทีเดียว
พิพิธภัณฑ์เกริกยุ้นพันธ์ ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ
1.ส่วนนอกอาคารพิพิธภัณฑ์ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์มีร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกงครัวประตูชัย พร้อมกาแฟโบราณ
2.ส่วนภายในอาคาร 2 ชั้น แบ่งเป็น
- Museum ชั้น 1 ของเก่าเก็บภาพถ่ายโบราณฟิล์มกระจกสมัย รัชกาลที่ 4 เหรียญเงินตรา แสตมป์ พระพุทธรูป ภาพวาด เครื่องแก้วโบราณ เครื่องเคลือบ เครื่องกระเบื้อง เครื่องปั้นดินเผา งานเครื่องแก้ว และของโบราณอื่น ๆ อีกมากมาย
- Museum ชั้น 2 เป็นภาพฝาผนัง Mural Painting สำหรับเด็ก โดย เกริก ยุ้นพันธ์ และของเล่นหายาก 100 ชิ้น ที่ควรดู ซึ่งคนทั้งโลกอยากเห็น นักสะสมของเล่นอยากเป็นเจ้าของ
ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
กิจกรรมน่าสนใจในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-11.30 น. เป็นเรื่องศิลปะเด็ก กิจกรรมสำหรับเด็ก ชั่วโมงนิทาน กิจกรรมสร้างสรรค์ วาดรูป ภาพพิมพ์ ปั้นดิน และศิลปะประดิษฐ์ เพื่อเป็นการปลูกฝังความรู้ ความคิด และจินตนาการ
ผู้สนใจติดต่อได้ที่ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ เลขที่ 45 หมู่ 2 ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ 0 3532 8949-50 , 0 81890 5782 หรือที่ www.milliontoymuseum.com
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก pantip.com
Posted in Uncategorized | No Comments »
Mar 15


พิพิธภัณฑ์เรือไทย ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามกับวัดมหาธาตุ ถนนบางเอียน เป็นการสะสมและจำลองรูปแบบของเรือชนิดต่างๆ ในวิถีชีวิตคนไทย ภายในบริเวณบ้านพักของอาจารย์ไพฑูรย์ ขาวมาลา ผู้มีความรักและผูกพันกับเรือและน้ำมาตั้งแต่เด็ก ท่านมีความคิดที่จะอนุรักษ์เพื่อให้เยาวชนได้เห็นถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นบ้านทรงไทยขนาดใหญ่ไม้สักฝาเฝี้ยม ชั้นล่าง จัดแสดงเรือจำลองต่างๆ เรือพระราชพิธี โดยต่อขึ้นตามแบบเรือจริงทุกประการ แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
ประเภทเรือขุด
ซึ่งขุดถากจากท่อนซุงทั้งต้น เช่น เรือหมู เป็นเรือขุดท้องกลมขนาดกลาง มีการเสริมกราบเรือทั้งสองข้าง ตรงกลางลำเรือเป็นแคร่โปร่งลูกระนาด เรือพายม้า ปกติใช้เป็นที่พักอาศัย หรือออกเล่นเพลงเรือ กลางลำเรือจึงปูแคร่เสมอปากหรือกราบเรือ เพื่อให้ลุกนั่งสะดวก นอกจากนี้ยังมี เรือหางแมงป่อง เรือมาด เรือชะล่า เป็นต้น
ประเภทเรือต่อ
คือเรือที่ใช้ไม้แผ่นมาตอกแปะติดกันตามโครงสร้างเรือ ซึ่งเรือสำปั้นถือเป็นเรือที่แตกแขนงออกไปมากที่สุด ต้นแบบคือเรือสำปั้นพาย ที่สั่งมาจากเมืองจีน เริ่มใช้ในสมัย รัชกาลที่ 2 ก่อนจะเป็นเรือสำปั้นแปลง เรือสั้นสวน เรือต่อชนิดอื่นๆ เช่น เรือกระแซง เรือเอี้ยมจุ้น เรือเข็ม เรือข้างกระดาน เรือป๊าป เรือฉลอมท้ายญวน เรือผีหลอก เป็นต้น
ทั้งนี้ อาคารพิพิธภัณฑ์มีลักษณะเป็นเรือนไทยสองชั้น ชั้นล่างจัดแสดงเรือจำลองต่างๆ ที่อาจารย์ไพฑูรย์ต่อขึ้นนับแต่ปี พ.ศ.2527 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีผลงานนับร้อยลำ เรือบางลำเป็นเรือโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อาจารย์ได้จำลองขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าทั้งเอกสาร ภาพจิตรกรรมตามวัดในอยุธยา และที่กล่าวถึงไว้ในวรรณคดีไทยเรื่องต่างๆ นำมาปะติดปะต่อกันจนต่อเรือสำเร็จ
สิ่งน่าสนใจ
อยู่ที่ชั้นล่างของอาคารเรือนไทยมีเรือจำลองขนาดเล็กให้ชมกว่า 200 ลำ เมื่อมีนักท่องเที่ยวแวะเข้าไปชม อาจารย์ไพฑูรย์จะทำหน้าที่นำชมและอธิบายให้ฟังด้วยตนเอง อาจารย์รู้จัก และรักเรือจำลองทุกลำที่ต่อขึ้น แต่มีเรือบางลำที่อาจารย์ภูมิใจและอยากเชิญชวนให้ไปชม อย่างเรือสำเภาจำลองที่ใช้กันในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งต้องค้นข้อมูลจากเอกสารโบราณหลายฉบับ เรือพระที่นั่งสมเด็จพระนเรศวรซึ่งถอดแบบมาจากภาพจิตรกรรมในวัดสุวรรณดารารามฯ เรือมาดประทุนมาจากการอ่านนิราศสุนทรภู่แล้วนำไปจินตนาการ เป็นต้น
ปัจจุบันมีผลงานนับร้อยลำตั้งแต่เรือเดินสมุทรไปจนถึงเรือแจวลำเล็กๆ และมีส่วนที่จัดแสดงเรือไทยพื้นบ้านนานาชนิดหลายรูปแบบที่ปัจจุบันหาดูได้ยากตามแม่น้ำลำคลอง เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวันในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
หากต้องการศึกษาเรื่องของเรือไทย สามารถชมได้ทุกวัน ที่พิพิธภัณฑ์เรือไทย สุดซอยขาว-มาลา หลังกองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การเดินทาง
พิพิธภัณฑ์เรือไทย ตั้งอยู่เลขที่ 12 หมู่ 1 ซอยขาวมาลา ถ.บางเอียน ต.ประตูชัย อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา หากเดินทางลงจากสะพานสมเด็จพระนเรศวร ไปตาม ถ.โรจนะ จะพบคลองมะขามเรียงแล้วเลี้ยวขวาเลียบคลองไป จนพบทางแยกที่สองทางซ้ายมือเข้า ถ.บางเอียน ซอยขาวมาลาจะอยู่ทางด้านขวาข้างองค์การโทรศัพท์อยุธยา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3524 1195
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Posted in Uncategorized | No Comments »
Mar 02


ตลาดโก้งโค้ง (บ้านแสงโสม)
ตลาดโก้งโค้ง หรือตลาดบ้านแสงโสม เป็นตลาดโบราณย้อนยุคที่น่าสนใจแห่งหนึ่งเรียกว่า ” บ้านแสงโสม” ลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ คงความเป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณ และสามารถสัมผัสกับบรรยากาศเก่าๆ แบบสมัยกรุงศรีอยุธยา และพบกับวิถีชีวิตของไทยในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเพืออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
ทั้งนี้ ตลาดโก้งโค้ง ตั้งอยู่ที่บ้านแสงโสม หมู่ 5 ถนนบางปะอิน-วัดพนัญเชิง (ติดวัดบ้านเลน) ตำบลขนอนหลวง หรืออยู่ห่างจากตัวอำเภอพระนครศรีอยุธยา 11 กิโลเมตร เป็นตลาดที่อยู่คู่กับกรุงศรีอยุธยามาเป็นเวลาช้านาน โดยสมัยโบราณคนขายสินค้าจะนั่งขายสินค้าอยู่บนพื้น และคนจะมาซื้อสินค้าจะต้องโก้งโค้ง เพื่อเลือกดูสินค้าที่ตนสนใจ อากับกริยาโก้งโค้งของคนไทยนั้นจะเป็นกริยาที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน ส่วนคนขายสินค้าก็นั่งกับพื้นแบบไม่ถือตัว จึงเป็นการซื้อขายสินค้าที่เต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้เกิดบรรยากาศอบอุ่น ถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน


ปัจจุบันบรรยากาศต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้นักท่องเทียวได้สัมผัสประสบการณ์ย้อนยุค ในการเลือกซื้อสินค้าภูมิปัญญาชุมชนที่ถึงพร้อมด้วยคุณภาพ รสชาติ และราคาสินค้าที่จำหน่ายในตลาดโก้งโค้ง แห่งนี้มีหลากหลาย อาทิเช่น
พืช ผักผลไม้ ปลอดสารพิษ สินค้าอุปโภค บริโภค อาหารคาวหวาน นานาชนิด เช่น ขนมหม้อแกง ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมเบื้อง กล้วยนาบ ก๋วยเรือโบราณ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ส้มตำ ไก่ย่าง หมูสะเต๊ะ ห่อหมก กล้วยแขก ข้าวปั้นสูตรโบราณ ฯลฯ
ซึ่งแต่เดิมนั้น บริเวณบ้านแสงโสม ในอดีตเป็นด่านขนอน (ด่านเก็บภาษีในอดีต) และเป็นสถานที่ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งที่เป็นสินค้าชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง
ส่วนภายในตลาด จำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษจากสวนชุมชน สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารคาว-หวานนานาชนิด โดยพ่อค้าแม่ค้าจะแต่งกายชุดไทยย้อนยุค
เวลาให้บริการ
เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. สอบถามเพื่มเติม โทร. 0 3572 8286, 08 9107 8443
การเดินทาง
จากถนนสายเอเซีย (ทางหมายเลข 32) เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอบางปะอิน ตรงไปถึงสี่แยกไฟแดง แล้วเลี้ยวขวา (บางปะอินสายใน) ผ่านสถานีรถไฟบางปะอินตรงไปประมาณ 8 กิโลเมตร
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Posted in Uncategorized | No Comments »