Dec 27

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร มีพื้นที่กว้างใหญ่นับพันไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตการผลิตสินค้าของศูนย์ศิลปาชีพ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของศูนย์ฯ รวมทั้งยังมีสถานที่น่าสนใจ เช่น วังปลาน้ำจืด สวนนก เป็นต้น ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ทางศูนย์ฯ จัดงานลอยกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นงานใหญ่ประจำทุกปี ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วไป
วันจันทร์เป็นวันที่อาคารหลายแห่งของศูนย์ฯ ปิด จึงควรเลือกมาวันอื่น ๆ เพื่อจะได้ชมได้ทั่ว

ศูนย์ศิลปาชีพนี้มุ่งฝึกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมต่างๆ วิชาที่สอนให้แก่เกษตรกรได้แก่ การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช การแกะสลัก การจักสาน การทำตุ๊กตา การทำดอกไม้ประดิษฐ์ การทำเครื่องเรือน การทอผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า การย้อมสี ช่างเชื่อมและเครื่องเคลือบดินเผา  ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้วจะส่งไปจำหน่ายที่ร้านจิตรลดาทุกสาขาทั่วประเทศ

ประวัติ

พ.ศ. 2523 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้ขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต. ช้างใหญ่ อ. บางไทร ในเขตที่ดินปฏิรูปเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ มุ่งฝึกงานช่างฝีมือแบบศิลปะไทยโบราณให้แก่เกษตรกรที่สนใจฝึกอาชีพเป็นรายได้พิเศษจากช่วงที่ว่างจากงานเกษตร โดยทางศูนย์ฯ มีผู้ชำนาญงานช่างแขนงต่าง ๆ มาฝึกสอน เมื่อสามารถผลิตงานได้แล้ว ศูนย์ฯ จะรับซื้อผลงานไปจำหน่าย เปิดอบรมศิลปาชีพรุ่นแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2524 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทรเมื่อวันที่7 ธ.ค. 2527

ปัจจุบันมีกว่า 20 แผนก เช่น แผนกตัดเย็บเสื้อผ้า แผนกทอผ้าลายตีนจก แผนกเครื่องเรือนไม้ เป็นต้น อบรมปีละสองรุ่น รุ่นละ 500 คน ใช้เวลาอบรม 6 เดือน โดยให้ที่พัก อาหาร สวัสดิการ และเบี้ยเลี้ยง ผลงานที่ผลิตได้นอกจากจะจำหน่ายที่ศูนย์ฯ แล้ว ยังส่งไปจำหน่ายที่ร้านจิตรลดาซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ และส่งออกต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ ภายในบริเวณศูนย์ฯ มีจุดเด่นอื่นๆ อีก เช่น
หมู่บ้านศิลปาชีพ เปิดทุกวัน เวลา 08.30-17.00 น. มีพื้นที่กว้างขวางหลายสิบไร่ ภายในแบ่งเป็นหมู่บ้านไทยของแต่ละภาค โดยมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางพื้นที่ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมงานศิลปะหัตถกรรมของแต่ละภาคแล้ว ยังสามารถชมความงามของสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยของแต่ละท้องถิ่นด้วย
ชมขั้นตอนการผลิตงาน เปิดเวลา 09.00-14.30 น. เว้นวันจันทร์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมขั้นตอนการผลิตงานที่อาคารฝึกอบรมศิลปาชีพ ซึ่งประกอบด้วยแผนกต่าง ๆแต่ห้ามส่งเสียงรบกวนสมาธิการทำงาน หรือจับต้องผลิตภัณฑ์ บางแผนกห้ามถ่ายภาพ
ซื้อผลิตภัณฑ์ วันธรรมดาเปิดเวลา 09.00-17.00 น. วันหยุดราชการเปิดเวลา 09.00-18.00 น. ผลิตภัณฑ์ของศูนย์ฯ มีจำหน่ายที่ศาลาพระมิ่งขวัญ ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ทรงไทยประยุกต์ สูงสี่ชั้น มีผลิตภัณฑ์ เช่น เครื่องแก้ว เครื่องเซรามิก ผ้าทอ เครื่องจักสาน รวมไปถึงงานเครื่องไม้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น บนชั้นสองเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการงานฝีมือชิ้นเยี่ยม
พระตำหนัก เป็นสถาปัตยกรรมเรือนไทยโบราณ มีใต้ถุนสูง แวดล้อมด้วยไม้ดอกไม้ประดับ และน้ำตกจำลอง บริเวณด้านหน้ามีประติมากรรมทองเหลืองซึ่งเป็นผลงานของศูนย์ฯ แห่งนี้ให้ชมพระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับพักผ่อนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์
วังปลา พิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดสร้างและดำเนินงานโดยกรมประมง เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด ตัวอาคารหลักมีตู้กระจกขนาดใหญ่ จำนวน 2 ตู้ ตู้ใหญ่รูปเมล็ดถั่วมีขนาดความจุ 1,400 ตัน อีกตู้หนึ่งทรงกลมขนาดความจุ 600 ตัน ภายในตู้จะแสดงให้เห็นถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ที่เป็นปลาพื้นเมืองของไทย เปิดให้ชม เวลา 10.00 - 16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร
สวนนก ดำเนินงานโดยมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระราชินูปถัมภ์ สวนนกเป็นกรงนกขนาดใหญ่ 2 กรง ภายในมีนกพันธุ์ที่หาชมได้ยากมากกว่า 30 ชนิด มีการจัดสภาพแวดล้อมภายในให้เหมือนธรรมชาติ อาทิ น้ำตกและธารน้ำจำลอง มีป่าจำลองที่ร่มรื่นใกล้เคียงกับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปชม และถ่ายภาพนกจากด้านบนของกรงได้อย่างชัดเจน และบริเวณรอบ ๆกรงนกยังมีสัตว์ป่าอื่น ๆ ให้ชมอีกด้วย เปิดใหชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 -19.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20บาท เด็ก 10 บาท
ศาลาพระมิ่งขวัญ เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ จตุรมุขสูง 4 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่กลางศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ชั้นล่าง เป็นศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และศูนย์ศิลปาชีพอื่น ๆ

การเข้าชม
ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์   เวลา 08.30–17.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–18.00 น.

อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50บาท เด็ก 20บาท    ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท    เด็ก 50 บาท

เที่ยวชมภายในหมู่บ้านศิลปาชีพฯ “วังปลา” อาคารฝึก อบรมงานศิลปาชีพ “ศาลาพระมิ่งขวัญ” ซึ่งเป็นอาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพของนักเรียนศิลปาชีพ สักการะบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมฯ ณ ศาลาโรงช้าง และนั่งรถไฟเล็ก ได้โดยไม่เสียค่าบริการ

สอบถามรายละเอียดที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศิลปาชีพบาง ไทร โทร. 0 3536 6252-4,   0 3528 3246-9  หรือ www.bangsaiarts.com

การเดินทาง

1.เส้นทางที่ 1   ทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.วงแหวนตะวันตก) จากแยกทางหลวง 344(อ.บางบัวทอง) ซึ่งมาได้จาก จ.สุพรรณบุรี-ตลิ่งชัน หรือปทุมธานี ผ่านแยกต่างระดับสามโคก-ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถ
ตรงจนถึงศูนย์ฯ
2. เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 306 ถ.ติวานนท์) จากห้าแยกปากเกร็ด-ผ่านแยกสวนสมเด็จ-ผ่านแยกปากคลองรังสิต-ผ่าน
แยกบางพูน-เลี้ยวขวาที่แยกเทคโนฯปทุมธานีเข้าทางหลวงหมายเลข 347 (ปทุมธานี-บางปะหัน) ผ่านแยก
เชียงรากน้อย-เลี้ยวซ้ายทางต่างระดับเชียงรากน้อยเดินรถทางตรงผ่านแยกบ่อส่า-กลับรถใต้สะพานแม่น้ำ
เจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์
3.เส้นทางที่ 3  ทางด่วนสายปากเกร็ดบางปะอิน-ลงทางด่วนบางปะอินตรงผ่านแยกบ่อส่า-กลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-
เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ
4. เส้นทางที่ 4  ทางหลวงหมายเลข 1 (ถ.พหลโยธิน) จากรังสิตหรือภาคเหนือหรือภาคอีสาน-ผ่านแยกต่างระดับบางปะอิน
เข้าทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.วงแหวนตะวันตก) -ตรงผ่านแยกต่างระดับเชียงรากน้อย- เดินรถทางตรงผ่านแยกบ่อส่า-
กลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์
5. เส้นทางที่ 5  ทางหลวงเอเชีย จาก อ.บางปะหัน-อยุธยา มาตามทางหลวงหมายเลข 347(ปทุมธานี-บางปะหัน) -ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-แยกต่างระดับเชียงรากน้อยเลี้ยวขวา-เดินรถ ทางตรงผ่านแยกบ่อส่ากลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า -เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ
6. เส้นทางที่ 6  ทางหลวงหมายเลข 3309 (บางปะอินเชียงรากน้อย) จากทางหลวงสายเอเชีย หรืออยุธยา ผ่านหน้าโรงงานกระดาษบางปะอิน-ลอดใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้าย ทางแยกท่าน้ำบางไทร- เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก


thai-tour.com/thai-tour/Central/Ayutthaya/data/place/bangsai.htm

Dec 27

สถานที่ตั้ง

คุ้มขุนแผน ตั้งอยู่ที่ถนนศรีสรรเพชญ์และป่าตอง ตำบลประตูชัย อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประวัติความเป็นมา

เป็นตัวอย่างของหมู่เรือนไทยภาคกลาง ในรูปแบบเรือนคหบดีไทยสมัยโบราณ เดิมเป็นจวนสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ทรงสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2437 ที่เกาะลอยบริเวณสะพานเกลือซึ่งอยู่ตรงข้ามกับที่ว่าการมณฑล

ต่อมาในราวปีพ.ศ. 2483 ปรีดี พนมยงค์นายรัฐบุรุษอาวุโสได้ย้ายจวนหลังนี้มาสร้างในบริเวณคุกนครบาลเก่าของพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งสร้างเรือนไทยเพิ่มขึ้นอีกในปี พ.ศ.2499 และให้ชื่อเรือนไทยนี้ว่า “คุ้มขุนแผน” ซึ่งเชื่อกันว่าขุนแผนเคยต้องโทษอยู่ในคุกแห่งนี้

สิ่งดึงดูดใจ

ลักษณะเป็นเรือนไทยทรงโบราณ มีอยู่ 5 หลัง อยู่กลางเกาะทางด้านใต้วิหารพระมงคลบพิตร หันหน้าสู่ถนนศรีสรรเพชญ์ และถนนป่าตอง ในตำบลประตูชัย เรือนใหญ่ทางด้านตะวันตกเรียกว่า “หอใหญ่” เรือนหลังใต้เรียกว่า “หอขวา” เรือนหลังเหนือเรียกว่า “หอซ้าย” เรือนโถงหลังกลางชานเรือนเรียกว่า “หอกลาง” เรือนเล็กหลังหน้าเรียกว่า “หอหน้า หรือหอนั่ง”

สร้างไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เห็น และศึกษารูปบ้านไทยในชนบทสมัยโบราณ มิได้มีจุดมุ่งหมายจะสร้างให้เป็นอนุสรณ์แก่ขุนแผนในวรรณคดีแต่อย่างใด หากมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม จะเห็นว่าก่อนนั้นจัดบ้านอย่างไร เช่น เรือนเอก เรือนโท หอพระ หอเครื่อง หอนั่ง ครัวไฟ ซึ่งรูปบ้านไทยโบราณแบบนี้นับวันจะหมดไปหาดูได้ยาก

สิ่งอำนวยความสะดวก
มีลานจอดรถ และมีร้านค้าต่างๆ บริการแก่นักท่องเที่ยว

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วให้ข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรงไปจนถึงศาลา กลางจังหวัดหลังเดิม จะเห็นสามแยกแล้วเลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลนักจะเห็นคุ้มขุนแผนอยู่ทางซ้ายมือ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thai-tour.com

Dec 27

ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว และมีโอกาสแวะเวียนมาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” อาจเป็นช้อยส์ดีๆ โดยเฉพาะคนที่มีหัวใจรักประวัติศาสตร์ เพราะที่นี่นับเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แห่งแรกของไทยที่มีรูปแบบการจัดแสดงแบบใหม่คือ นำโบราณวัตถุมาจัดแสดงจำนวนไม่มากจนเกินไปและใช้แสงสีมาทำให้การนำเสนอดูน่าสนใจ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย ถนนโรจนะ ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรโบราณวัตถุที่พบจากกรุพระปรางค์ วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นด้วยเงินที่ประชาชนเช่าพระพิมพ์ที่ขุดได้จากกรุ วัดราชบูรณะซึ่งเป็นวัดที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ทรงสร้าง จึงให้ชื่อว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรม ราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เมื่อปี พ.ศ. 2504 สิ่งสำคัญที่น่าชมภายในพิพิธภัณฑ์ ได้แก่

บริเวณพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นอาคารจัดแสดง 3 อาคาร คือ

อาคาร 1

ชั้นล่าง จัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่ค้นพบจากการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ.2499–2500 ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะสมัยทวารวดี ลพบุรี อยุธยา พระพุทธรูปสำคัญที่จัดแสดงได้แก่  พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท เป็นพระพุทธรูปศิลาขาวสมัยทวาราวดี ในท่าประทับนั่งห้อยพระบาทซึ่งเคยประดิษฐานในซุ้มพระสถูปโบราณวัดพระเมรุ จังหวัดนครปฐม กรมศิลปากรได้พยายามติดตามชิ้นส่วนต่างๆ ขององค์พระที่กระจัดกระจายไปอยู่ในที่ต่างๆ มาประกอบขึ้นเป็นองค์พระได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นพระพุทธรูปที่มีค่ามากองค์หนึ่งซึ่งในโลกพบเพียง 6 องค์เท่านั้น คือในประเทศไทย  5 องค์และในประเทศอินโดนีเซีย 1 องค์ ในประเทศไทยประดิษฐานอยู่ที่วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม 2 องค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร 1 องค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา 1 องค์และวัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1 องค์  เศียรพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง  ทำด้วยสัมฤทธิ์มีขนาดใหญ่มากได้มาจากวัดธรรมมิกราช แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ของวัดและฝีมือการหล่อวัตถุขนาดใหญ่ในสมัยโบราณ   นอกจากนี้ยังมีเครื่องไม้จำหลักฝีมือช่างสมัยอยุธยา

ชั้นบน จัดแสดงเครื่องทอง 2 ห้อง ห้องแรก จัดแสดงเครี่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ เมื่อพ.ศ 2500  โบราณวัตถุที่สำคัญได้แก่ พระแสงขรรค์ชัยศรีทองคำ องค์พระแสงขรรค์ทำด้วยเหล็กมีคมทั้ง 2 ด้าน  ฝักทำด้วยทองคำจำหลักลายประจำยาม ลายกนกประดับอัญมณี ด้ามทำด้วยหินเขี้ยวหนุมาน ห้องที่สอง จัดแสดงเครื่องทองที่พบในกรุพระปรางค์วัดมหาธาตุประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบรรจุอยู่ในผอบทองคำ  ส่วนที่รอบเฉลียง จัดแสดงพระพิมพ์ที่ทำด้วยชิน(โลหะเจือชนิดหนึ่งประกอบด้วยตะกั่วและดีบุก; บุทองแดง)และดินเผา สมัยสุโขทัย ลพบุรี และสมัยอยุธยาที่ค้นพบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุและวัดพระราม

อาคาร 2

จัดแสดงโบราณศิลปะวัตถุที่พบในประเทศไทยตามลำดับอายุสมัยตั้งแต่พุทธศตวรรษ ที่ 11-24 คือ ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง อยุธยาและรัตนโกสินทร์ เพื่อเป็นการศึกษาเปรียบเทียบโบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดง เช่น พระพุทธรูปปางต่าง ๆ   พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  พระคเณศ

อาคาร 3

เป็นเรือนไทยที่สร้างเป็นหมู่เรือนไทยภาคกลางปลูกอยู่กลางคูน้ำ  ภายในเรือนไทยจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน  เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยสมัยก่อน เช่น หม้อดินเผา กระต่ายขูดมะพร้าวและเครื่องจักสานต่าง ๆ

โบราณวัตถุเหล่านี้แสดงให้เห็นความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีตไว้อย่างน่าชมน่าศึกษา

การเข้าชม

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ปิดวันจันทร์และวันอังคาร

อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยา จากนั้นข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  แล้วตรงไปประมาณ 2 ไฟแดง ไปอีกไม่ไกลนักจะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ทางขวามือ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 3524 1587

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
,

Nov 24

พระราชวังบางปะอิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคสมัยการปรับตัวของไทยเข้า สู่ความเป็นสากลแบบตะวันตก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หรือราวกว่า 130 ปีที่ผ่านมา

บางปะอินเป็นเกาะอยู่ทางทิศใต้ของกรุงศรีอยุธยา ตามแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 30 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 80 กิโลเมตร

ทั้งนี้ พระราชวังบางปะอิน เปิดให้เที่ยวชมได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ 08.30-15.30 น.


 ประวัติพระราชวังบางปะอิน

บางปะอินได้เป็นที่ประทับของพระเจ้าปราสาททองในสมัยอยุธยาตอนกลาง โดยให้สร้างพระตำหนักกลางน้ำหลังหนึ่งไว้ ชื่อพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ และสร้างวัดในบริเวณใกล้เคียงกันให้ชื่อว่า วัดชุมพลนิกายาราม แม้เชื่อกันว่าบางปะอินจะเป็นที่เสด็จประพาสของกษัตริย์อยุธยาตั้งแต่นี้มา แต่หลังการเสียกรุงเมื่อปี พ.ศ. 2310 ก็ทำให้บางปะอินและบริเวณแถบนี้กลายเป็นที่รกร้าง บางปะอินได้รับการรื้อฟื้นให้เป็นที่ประทับขององค์กษัตริย์และเจ้านายอีกครั้ง โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยให้สร้างพระตำหนักกลางน้ำ และให้นามตามพระที่นั่งองค์เดิม คือ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ แต่ถูกรื้อเพื่อสร้างใหม่ในสมัยต่อมา

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงให้ปรับปรุงพื้นที่และก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพื่อเป็นสถานที่เสด็จประพาส แต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ประพาสที่นี่เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้น พระราชวังบางปะอินก็ร่วงโรย เพิ่งจะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในรัชกาลปัจจุบัน
อาคารที่สำคัญในพระราชวังบางปะอิน ซึ่งสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 ได้แก่


 พระที่นั่งวโรภาษพิมาน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการ แต่ปัจจุบันใช้เป็นที่ประทับเมื่อมีการเสด็จแปรพระราชฐาน

 

 พระที่นั่งเวหาศจำรูญ หรือเทียนเหมงเต้ย

พ่อค้าชาวจีนร่วมกันสร้างถวายให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เมื่อปี พ.ศ. 2432 เป็นอาคารแบบจีน 2 ชั้น ทั้งช่างและวัสดุเครื่องไม้แกะ และเครื่องตกแต่งต่างมาจากประเทศจีน เป็นพระที่นั่งเปิดให้เข้าชมชั้นล่าง และดูชมได้บางห้อง

 

 พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร

ที่เห็นเป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2537 ส่วนอาคารเดิมสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น สร้างเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น แบบชาเลต์ของสวิตเซอร์แลนด์ และเครื่องเรือนแบบฝรั่งเศส สมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ได้ถูกไฟไหม้หมด เมื่อปี พ.ศ. 2481 อาคารปัจจุบันใช้เป็นที่ประทับ

 

 พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์

เป็นมหาปราสาทโถงกลางน้ำ ถอดแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีพระพุทธรูปหล่อสำริดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ขนาดเท่าพระองค์จริง ทรงเครื่องยศจอมพลทหารบก ประดิษฐานอยู่กลางพระที่นั่ง

 

 อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ หรือพระนางเรือล่ม

เป็นพระมเหสีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระที่นั่งเกิดอุบัติเหตุล่มลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะทรงพระครรภ์ แต่ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ เนื่องจากตามกฎมณเทียรบาลอันเก่าแก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงสร้างอนุสาวรีย์หินอ่อนขึ้น เพื่อเป็นที่รำลึกด้วยความอาลัยรัก พร้อมทั้งจารึกคำไว้อาลัยที่ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เองไว้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

 

 หอวิฑูรทัศนา

เป็นหอสูงเพื่อใช้ชมภูมิประเทศ

 

 หอเหมมณเทียรเทวราช

เป็นปรางค์ขนาดเล็ก เพื่ออุทิศถวายแด่ พระเจ้าปราสาททอง

 

วัดที่สำคัญใกล้พระราชวังบางปะอิน

 วัดชุมพลนิกายาราม

อยู่หัวเกาะตรงสะพานที่จะไปยังสถานีรถไฟ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2175 ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง มีพระเจดีย์เหลี่ยมย่อไม้สิบสอง 2 องค์ ซึ่งเป็นแบบสร้างขึ้นใหม่ในสมัยนี้

 วัดนิเวศธรรมประวัติ

อยู่ตรงข้ามพระราชวังบางปะอิน นอกเกาะด้านใต้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้ถ่ายแบบวัดใน คริสต์ศาสนาแบบโกธิคมาสร้างเป็นพระอุโบสถ หน้าต่างและประตูประดับด้วยบานกระจกสีเหมือนอย่างวัดคริสต์ เหนือประตูพระอุโบสถมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง เครื่องต้น ทำด้วยกระจกสี พระประธานในพระอุโบสถ ฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส”

วัดนิเวศธรรมประวัติ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2421 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้เป็นอารามสำหรับพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติก

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
,
ayutthayastudies.aru.ac.th




คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem |

เกมส์ทำอาหารทั้งหมด | หาเพื่อน | แชท | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | โหลดเพลง | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | ฟังเพลงออนไลน์ | ฟังเพลงใหม่ | เกมส์เต้น | เกมส์มันๆ |
ดูทีวีย้อนหลัง | dictionary | หางาน | งานราชการ | เกมส์ต่อสู้ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | วันแม่แห่งชาติ | เกมปลูกผัก | ดูดวงความรัก | ข่าว |

เกมส์ | ดูดวง | เกม | ฟังเพลง | เพลง | game | ผลบอล |
เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง