พระราชวังบางปะอิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงยุคสมัยการปรับตัวของไทยเข้า สู่ความเป็นสากลแบบตะวันตก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หรือราวกว่า 130 ปีที่ผ่านมา
บางปะอินเป็นเกาะอยู่ทางทิศใต้ของกรุงศรีอยุธยา ตามแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 30 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 80 กิโลเมตร
ทั้งนี้ พระราชวังบางปะอิน เปิดให้เที่ยวชมได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ 08.30-15.30 น.
ประวัติพระราชวังบางปะอิน
บางปะอินได้เป็นที่ประทับของพระเจ้าปราสาททองในสมัยอยุธยาตอนกลาง โดยให้สร้างพระตำหนักกลางน้ำหลังหนึ่งไว้ ชื่อพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ และสร้างวัดในบริเวณใกล้เคียงกันให้ชื่อว่า วัดชุมพลนิกายาราม แม้เชื่อกันว่าบางปะอินจะเป็นที่เสด็จประพาสของกษัตริย์อยุธยาตั้งแต่นี้มา แต่หลังการเสียกรุงเมื่อปี พ.ศ. 2310 ก็ทำให้บางปะอินและบริเวณแถบนี้กลายเป็นที่รกร้าง บางปะอินได้รับการรื้อฟื้นให้เป็นที่ประทับขององค์กษัตริย์และเจ้านายอีกครั้ง โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยให้สร้างพระตำหนักกลางน้ำ และให้นามตามพระที่นั่งองค์เดิม คือ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ แต่ถูกรื้อเพื่อสร้างใหม่ในสมัยต่อมา
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงให้ปรับปรุงพื้นที่และก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพื่อเป็นสถานที่เสด็จประพาส แต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พระองค์ประพาสที่นี่เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้น พระราชวังบางปะอินก็ร่วงโรย เพิ่งจะได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในรัชกาลปัจจุบัน
อาคารที่สำคัญในพระราชวังบางปะอิน ซึ่งสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 ได้แก่

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการ แต่ปัจจุบันใช้เป็นที่ประทับเมื่อมีการเสด็จแปรพระราชฐาน

พระที่นั่งเวหาศจำรูญ หรือเทียนเหมงเต้ย
พ่อค้าชาวจีนร่วมกันสร้างถวายให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เมื่อปี พ.ศ. 2432 เป็นอาคารแบบจีน 2 ชั้น ทั้งช่างและวัสดุเครื่องไม้แกะ และเครื่องตกแต่งต่างมาจากประเทศจีน เป็นพระที่นั่งเปิดให้เข้าชมชั้นล่าง และดูชมได้บางห้อง

พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร
ที่เห็นเป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2537 ส่วนอาคารเดิมสมัยรัชกาลที่ 5 นั้น สร้างเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น แบบชาเลต์ของสวิตเซอร์แลนด์ และเครื่องเรือนแบบฝรั่งเศส สมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 3 ได้ถูกไฟไหม้หมด เมื่อปี พ.ศ. 2481 อาคารปัจจุบันใช้เป็นที่ประทับ

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์
เป็นมหาปราสาทโถงกลางน้ำ ถอดแบบมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ ปัจจุบันมีพระพุทธรูปหล่อสำริดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ขนาดเท่าพระองค์จริง ทรงเครื่องยศจอมพลทหารบก ประดิษฐานอยู่กลางพระที่นั่ง

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ หรือพระนางเรือล่ม
เป็นพระมเหสีของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระที่นั่งเกิดอุบัติเหตุล่มลงในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะทรงพระครรภ์ แต่ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือ เนื่องจากตามกฎมณเทียรบาลอันเก่าแก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงสร้างอนุสาวรีย์หินอ่อนขึ้น เพื่อเป็นที่รำลึกด้วยความอาลัยรัก พร้อมทั้งจารึกคำไว้อาลัยที่ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เองไว้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

หอวิฑูรทัศนา
เป็นหอสูงเพื่อใช้ชมภูมิประเทศ

หอเหมมณเทียรเทวราช
เป็นปรางค์ขนาดเล็ก เพื่ออุทิศถวายแด่ พระเจ้าปราสาททอง
วัดที่สำคัญใกล้พระราชวังบางปะอิน
วัดชุมพลนิกายาราม
อยู่หัวเกาะตรงสะพานที่จะไปยังสถานีรถไฟ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2175 ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง มีพระเจดีย์เหลี่ยมย่อไม้สิบสอง 2 องค์ ซึ่งเป็นแบบสร้างขึ้นใหม่ในสมัยนี้
วัดนิเวศธรรมประวัติ
อยู่ตรงข้ามพระราชวังบางปะอิน นอกเกาะด้านใต้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้ถ่ายแบบวัดใน คริสต์ศาสนาแบบโกธิคมาสร้างเป็นพระอุโบสถ หน้าต่างและประตูประดับด้วยบานกระจกสีเหมือนอย่างวัดคริสต์ เหนือประตูพระอุโบสถมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง เครื่องต้น ทำด้วยกระจกสี พระประธานในพระอุโบสถ ฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส”
วัดนิเวศธรรมประวัติ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2421 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้เป็นอารามสำหรับพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติก
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
,
ayutthayastudies.aru.ac.th





